1887 วันอวสานโลก

…นานมาแล้วที่ข้าได้ลืมตาดูโลก
โลกใบนี้มันชั่งงดงาม ในวัยเด็กข้าได้สนุกสนานไปกับการที่วิ่งเล่นในทุ่งหญ้าที่เขียวขจี สายน้ำรำธาร ภูเขาน้อยใหญ่ สัตว์ป่า ทุกอย่างในป่ามันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตข้า

ใช่…บ้านและหมู่บ้านของข้าอาศัยอยู่ในป่า พวกเราใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข ทุกคนเป็นเสมือนญาติมิตร คอยช่วยเหลือพึ่งพากันและกัน

ครั้งนึงพ่อและแม่บอกกับข้าว่า “โลกของเราเป็นดาวที่สวยงามและน่าอยู่ที่สุดในจักรวาล มันเป็นโลกที่สุดจะแสนวิเศษและลึกล้ำยิ่งนัก นานมาแล้วที่คนในเมืองใหญ่ต่างคุ้นคิดสรรหาร้อยแปดวิธีที่จะออกไปเชยชมโลกภายนอก ว่านอกโลกของเรานั้นมันเป็นยังไง มีลักษณะเช่นไร อะไรห้อมล้อมโลกของเราอยู่หรือเปล่า” นั้นคือสิ่งที่พ่อและแม่ของข้าเล่ากรอกหูให้ฟังและมันก็ทำให้ข้าคิดสงสัยตลอดแต่นั้นมา

…แต่ทว่าฝันร้ายกำลังจะมาถึงโลกของเรา มันมาเพื่อเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างให้รุกเป็นไฟ มาเพื่อแย่งชิงทรัพยากรของเรา มาเพื่อทำให้รู้ว่า “มนุษย์ไม่ได้อยู่เพียงลำพังในจักรวาล…” และฝันร้ายที่ไม่มีใครเคยนึกถึงนั้น มันกำลังจะเกิดในอีก 6 ชั่วโมงข้างหน้า ในขณะที่ทุกคนนอนหลับ…
image

ตามตำนานกล่าวไว้ว่าในช่วงก่อนยุคที่มนุษย์จะรุ่งเรืองทางด้านความคิดและสติปัญญานั้น มีเหล่ามนุษย์กลุ่มหนึ่งได้เดินทางลงมาจากฟากฟ้า พวกเขามากับพาหนะที่ดูแปลกตายิ่งนัก (ในสมัยนี้เรียกว่ายาน) มันใหญ่โตและส่องสว่าง
พวกมนุษย์ที่ลงมากับสิ่งนั้นเรียกแทนตนเองว่า “ชาวโทอัส มาจากดาวอันห่างไกลแห่งโอเอซิส” พวกเขาเป็นนักเดินทาง นักสำรวจ และผู้ชี้แนะสู่ความเจริญ ลักษณะรูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเราเหล่ามนุษย์โลกสักเท่าไหร่ เพียงแค่พวกเขามีสีผิวที่เขียวดั่งเช่นใบไม้ ตาที่สามประดับอยู่กลางหน้าผาก และอายุที่ยืนยาว…

ตัวแทนคนหนึ่งของชาวโทอัสได้กล่าวไว้ว่า “เรามีจุดประสงค์หนึ่งอย่างที่มา ณ ดาวแห่งนี้ (โลก) จากที่เราได้ทิ้งบางอย่างไว้เฝ้าจับตามองดูทุกสรรพสิ่งบนโลกแห่งนี้ ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่าดาวเทียมสำรวจ เรามองเห็นถึงความเจริญของดาวดวงนี้ที่เชื่องช้าและแสนยาวนาน เพราะฉะนั้นที่เรามาในวันนี้เราต้องการให้พวกท่านเข้าใก้ลความเจริญมากยิ่งขึ้น

เมื่อเสียงที่ดังก้องกังวานสิ้นสุดลง ทุกอย่างวิถีชีวิตก็เปลี่ยนไป มนุษย์เรียนรู้ที่จะสร้างและใช้ความคิดในการพัฒนาตนเอง ปลูกฝังและสืบทอดต่อกันมา
หลังจากนั้นเหล่ามนุษย์ผู้ที่มาจากฟากฟ้าถูกยกย่องเป็นเทพเจ้าผู้วิเศษ เป็นที่เคารพบูชาไปโดยปริยาย และท้ายสุดเพื่อเป็นการรำลึกถึงเทพเจ้าผู้วิเศษของพวกเขา จึงมีการสร้างอนุสรณ์สถานซึ่งเป็นที่เคารพบูชาไว้ดูต่างหน้าเพื่อวันนั้นจะผวนกลับมาอีกครั้ง…

แต่นี้เป็นเพียงตำนานของฝ่ายผู้สร้างเท่านั้น…

เมื่อหลายปีผ่านไปก็มีเหล่ามนุษย์ผู้แปลกหน้าโผล่มาอีกครั้ง แต่พวกเขาต่างไปจากเดิม ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดูเหมือนสัตว์เลื้อยคลานในคราบมนุษย์
โลกโดนโจมตีจากด้านบน (ฟ้า) ด้วยพาหนะรูปทรงประหลาด แต่ในยามวิกฤตของโลกในเวลานั้น เหล่าผู้สร้างที่พวกเขารอคอยก็ผวนกลับคืนมาปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมกับยับยั้งศึกนี้เอาไว้ได้ และเหตุการณ์ในครั้งนั้นถูกเรียกว่า “มหาศึกสงครามแห่งฟากฟ้าของเหล่าเทพเจ้า

และนี้คือตำนานของทั้งสองฝ่ายที่ถูกจารึกเล่าขานเอาไว้มากมายหลายชั่วอายุคน

ทุกค่ำคืนข้าจะจ้องมองดูดวงดาวที่สุกสว่างเปล่งประกายระยิบระยับอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า พ่อและแม่บอกไว้ว่ายามใดที่เห็นดาวตกให้ตั้งจิตอธิษฐานแล้วสิ่งนั้นจะสมดั่งปราถนา

แต่ในคืนนั้นเองนับเป็นโชคของข้า เมื่อแสงสีส้มผุดส่องสว่างเป็นเส้นยาวพาดผ่านท้องฟ้าไป การอธิษฐานครั้งแรกของข้าต่อฝนดาวตกจึงเริ่มต้นขึ้น
แต่หลังจากที่อธิษฐานเสร็จเรื่องไม่ดีก็พลันเกิดขึ้นในทันที ข้าไม่รู้ว่าสิ่งที่ข้าอธิษฐานไปนั้นเป็นการขอมากเกินไปหรือเปล่า ดวงดาวจึงมอบสิ่งนี้กลับคืนมาให้ข้าและโลกของข้า

แสงแห่งความโชคดีกลับกลายเป็นเคราะห์ร้าย…จากหนึ่งเริ่มเป็นสิบและเป็นร้อยและมันเพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนต่างพากันหวาดหวั่นและสั่นกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงและทำไมถึงต้องเป็นโลก
image

ค่ำคืนที่สุดแสนจะโหดร้ายมันเปลี่ยนทุกอย่างให้พังพินาศพร้อมกับไฟที่รุกรามโหมกระหน่ำไปทั่วพื้นที่ ผู้นำหลากหลายประเทศสั่งอพยพผู้คนไปยังพื้นที่ๆปลอดภัยและพร้อมเตรียมการป้องกันกับลูกไฟน้อยใหญ่นับร้อย
น้ำถูกตักเตรียมไปยังหลายพื้นที่เพื่อสยบไฟบรรลัยกัลป์

ลูกไฟเริ่มแตกออกเป็นเสี่ยงๆกลางอากาศ อาวุธยุทโธปกรณ์ทุกอย่างที่มีถูกนำมาใช้สกัดกั้นอย่างเต็มกำลัง แต่ทว่า…มันมีเยอะเกินไป เราเริ่มถดถอยมาอย่างช้าๆ ความพ่ายแพ้และความตายกำลังจะกลืนกินเรา
image

แต่ในขณะที่ทุกอย่างเริ่มแย่ลง สิ่งที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์หายนะครั้งนี้ก็พลันปรากฏขึ้น ในอดีตกาลมันเคยมาย่ำยีโลกของข้าแล้วครั้งนึง แต่ไม่มีใครคิดว่ามันจะกลับมาอีก พวกอมนุษย์จากดาวดวงอื่นกับยานหาหนะของมัน
เราไม่อาจต่อกรกับพวกมันได้ ด้วยอาวุธที่ด้อยกว่า ไม่ว่าจะทางเทคนิคหรือเทคโนโลยี

ศึกครั้งนี้มันใหญ่เกินกว่าที่เราจะรับมือไหว พวกมันต้องการแค่สิ่งเดียวคือ “การทำลายล้างเผ่าพันธ์เท่านั้น” และตั้งอาณานิคมเป็นของพวกมันเอง เพียงในชั่วโมงเดียวโลกทั้งใบก็แดงเดือด ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มกลายเป็นเถ้าธุลี อาคารบ้านเมืองเริ่มพังทลายลง

ตลอดเวลาข้าคิดในใจเสมอว่าพระเจ้าจะต้องมากลับมาช่วยพวกเรา แต่มัน…มันไร้ซึ่งวี่แววของพระเจ้า พระเจ้าคงทอดทิ้งพวกเราไปนานแล้วและทุกอย่างคงจบลง…“ลาก่อนโลก”

แต่ในความสิ้นหวังนั้นเองกลับผุดความหวังมาให้เราอีกครั้ง เมื่อแสงประหลาดถูกยิงออกมาจากพาหนะลอยได้ใส่พวกอมนุษย์ที่ทำลายโลกของเรา
ข้ามั่นใจได้ในทันทีว่าพระเจ้าหรือเหล่าผู้สร้างได้กลับมาช่วยพวกเราแล้ว

พาหนะลอยได้ 1 ลำของผู้ทำลายถูกยิงล่วงตกลงมา และสงครามกลางอากาศก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง เหล่าผู้สร้างได้พาเราขึ้นไปยังพาหนะอันใหญ่โตของพวกเขา ซึ่งบอกกับเราว่านี่คือยานอวกาศลำใหญ่สุดที่ถูกนำมาช่วยเราเหล่ามนุษย์เพื่อไปยังที่ๆปลอดภัย พร้อมยังบอกอีกว่าก่อนหน้านี้พวกอมนุษย์ต่างดาวเหล่านี้ได้ทำลายดาวอังคารไปก่อนหน้านั้นแล้วแต่ไม่คิดว่าเป้าหมายต่อไปจะเป็นโลก

เราถูกพาไปในที่ๆไม่รู้จักและห่างไกลโลกของเรา ในขณะที่โลกกำลังเกิดสงครามการทำลายล้างของต่างดาว
จอภาพใหญ่ยักปรากฏขึ้นให้เราทุกคนเห็นว่าโลกกำลังพังพินาศย่อยลับขนาดไหน และสงครามในครั้งนี้เองทำให้เราทุกคนสูญเสียโลกไป เพราะหลังจากนั้นไม่กี่นาทีโลกก็แตกระเบิดแหลกเป็นจุน

ข้าเห็นน้ำตาที่หลั่งรินของเหล่าผู้คนและ…น้ำตาของข้าเอง ครอบครัวข้าทุกชีวิตกลับสูญหายไปในกองเพลิง ทุกคนต่างพบกับความสูญเสียและมันจะยิ่งสูญเสียยิ่งกว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลย

หลังสงครามจบลงเหล่าผู้สร้างและผู้ทำลายก็ต่างถอยกันกลับไปอย่างไม่มีผู้ชนะและผู้แพ้ เราต่างรู้ดีว่าคงกลับไปโลกไม่ได้อีกแล้ว และนั่นก็เป็นการเริ่มต้นวิถีชีวิตใหม่ของพวกเราเหล่าชาวโลกกับชาวโทอัสแห่งโอเอซิส…

10 ปีผ่านไป…เราถูกปรับแต่งยีนพันธุกรรมใหม่ให้เข้ากับดาวดวงนี้และเรียนรู้เทคโนโลยีชั้นสูง ทั้งเตรียมพร้อมกับวันข้างหน้าของสงคราม เพราะเรารู้ดีว่าตราบใดที่มันยังไม่จบ มันจะต้องเกิดขึ้นอีกแน่

และนี้ก็เป็นเรื่องราวของชีวิตข้าและคนทั้งโลกที่ได้ประสบพบเจอกับชะตากรรมเดียวกันที่ไม่มีวันลบลืมเลือนไปจากใจได้….

ผู้แต่ง : Clark Man
นามปากกา : จินตอักษร

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s