จานบิน (UFO) ในมุมมองของ อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก

image

อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก นักเขียนผู้มีผลงานนิยายวิทยาศาสตร์และข้อเขียนด้านวิทยาศาสตร์มากมาย
เขาพยากรณ์ไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1945 ว่าจะมีการใช้ดาวเทียมในอวกาศรอบโลกเพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสาร นิยายส่วนใหญ่เผยให้เห็นความสนใจของคลาร์กต่อจักรวาล และเรื่องของเทคโนโลยีกับมนุษย์ นิยายวิทยาศาสตร์ของเขาหลายเรื่องถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ ที่รู้จักดี เช่น 2001 : A Space Odyssey และ 2010 : Odyssey II

***ผมในที่นี้คือปู่คลาร์กนะครับ***

ทุกปีผมพบว่าตัวเองเขียนบทความเรื่อง “Last Word on UFOS” (สำหรับ last word ก่อนหน้านี้ดูได้จากหนังสือ The View from Serendip)
ผมได้ทำการสังเกตุยูเอฟโอมามากซึ่งเป็นหัวข้อที่ ทำให้ผมเบื่อมากผมอยากจะเสริมว่า ในแต่ละกรณีของยูเอฟโอของผมมันกลับกลายเป็นวัตถุบิน ที่ปรากฏหลักฐาน แทบจะทุกคนเคยหลอกจากความไม่เชี่ยวชาญผมเองก็เคยโง่เหมือนกัน และผมพิจารณาแล้วว่าผมมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้แล้ว

ตัวอย่างล่าสุด ผมเห็น ยูเอฟโอ อย่างชัดเจน มันเป็นเวลาเย็นผมกำลังยืนอยู่ในร่มเงาของบ้านโคลัมโบของผม และกำลังชี้ไปที่ดาวศุกร์ให้เพื่อนของผมดู (ในความเป็นจริงดาวศุกร์สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนในแสงอาทิตย์ สลัว ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจให้กับคนส่วนใหญ่ และตัวมันเองต้องรับผิดชอบต่อรายงานที่มากมายของการเห็น ยูเอฟโอ)

ผมชี้ไปที่ดวงดาวที่เล็กสุกใสลงไปทางท้องฟ้าด้านตะวันตกราว ๆ 40 องศาเหนือดวงอาทิตย์ที่ลับไปแล้ว “เธออยู่นั่นไง” ผมบอก

เพื่อนของผมชี้ไปทิศเหนือเกือบจะมีมุมสูงเท่ากันและบอกว่า “ไม่ใช่นั่นตะหาก” เราถกเถียงกันอยู่หลายนาที ในที่สุดด้วยความแปลกใจผมเข้าใจว่าดาวศุกร์มีฝาแฝดที่เหมือนกันในระดับความสูงเ ท่ากับทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีดาวที่ส่องประกายแสงและนิ่งเฉย

ในชั่วขณะหนึ่งผมคิดไปถึงความมีชื่อเสียงทางดาราศาสตร์ในการค้นพบ Supernova Clarke และผมสงสัยว่าอะไรถึงจะทำให้เพื่อนของผมเงียบได้ ผมจึงวิ่งไปที่กล้องดูดาวของผมและความลึกลับก็เปิดเผย

มันเป็นบอลลูนตรวจอากาศของท้องถิ่น ที่ถูกปล่อยไปทุกบ่ายเพื่อวัดสภาพอากาศของชั้นบรรยากาศที่อยู่ด้านบน ลอยอยู่อย่างสงบบางที 10 กม.จากพื้นดินมันจึงเป็นแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ได้ ไม่มีทางที่จะใช้ตาเปล่าแยกความแตกต่างระหว่างมันกับดาวศุกร์

ผมมีประสบการณ์ที่เป็นตัวอย่างได้นับโหล แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญหรือพยานที่ซื่อสัตย์ก็สามารถถูกหลอกจากวัตถุ (หรือปรากฏการณ์) ในท้องฟ้า และยังหลักฐานที่มาจากผู้ไร้ความเชี่ยวชาญ (แม้ว่ามันจะไม่ถูกบิดเบือนจากความตื่นเต้นหรืออคติ) เป็นสิ่งที่ไร้ค่าทั้งนั้น เมื่อมีใครพยายามที่จะบอกผมเกี่ยวกับวัตถุเคลื่อนไหวส่องประกายที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเห็นบนท้องฟ้า ผมต้องบอกขอตัวไม่ยุ่งด้วย มันไม่ใช่ความดื้อรั้นไร้เหตุผลหรือแม้แต่ความขี้เกียจ เขาอาจเห็นยานแม่ของ Proxima Centauri กำลังเข้าสู่วงโคจร แต่ไม่มีทางที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ ผมขอปฏิเสธที่จะสิ้นเปลืองเวลาของผมในการเขียนรายการคำอธิบายที่เป็นไปได้

ถ้างั้นจะให้ทำอะไรล่ะ? ยูเอฟโอเป็นปัญหาจริงจังและน่าหลงใหลมีบางเรื่องจากเรื่องราวนับร้อยอาจ (แม้จะเป็นการเดา) นำไปสู่การค้นพบครั้งสำคัญทางวิทยาศาสตร์ สิ่งเดียวที่ผมแน่ใจอย่างมากเกี่ยวกับยูเอฟโอคือพวกเขาไม่ใช่ยานอวกาศ คำอธิบายเช่นนั้นช่างอ่อนต่อโลกและช่างถือเอาโลกเป็นศูนย์กลางมากเกินไป

ในความคิดเห็นของผม สิ่งที่ยูเอฟโอต้องการ คือการมองข้ามอย่างเมตตาเป็นเวลาสักทศวรรษหนึ่งหรือมากกว่านั้น เรามาลองเลิกสนใจสิ่งของบนท้องฟ้ากันและพุ่งความสนใจในรายงานเพียงอย่างเดียวของ “การพบเห็นชนิดที่สาม” ซึ่งอย่างที่ทุกคนรู้มันไม่ใช่ความเข้าใจผิดที่เผชิญหน้ากันกับยานของมนุษย์ต่างดาวตัวต่อตัว ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ ก็มีคนโกหกอย่างร้ายกาจมากมายและโรคประสาทหลอน ในทุกเหตุการณ์มีเพียงเวลาที่จะบอกได้…บางที

ยูเอฟโออาจจะหมดไป เหมือนแม่มดในยุคกลางที่หายไปเมื่อไม่มีใครเชื่อมันอีกต่อไป

ผมคิดว่าผม คงต้องหยุดอยู่เพียงเท่านี้ ขอทิ้งคติของ เจ บี เอส เฮลเดน ที่มีชื่อเสียงไว้ตรงนี้ “จักรวาลไม่เพียงแปลกว่าที่เราจะจินตนาการได้มันยังแปลกว่าในสิ่งที่เราสามารถจินตนาการถึงเสียอีก

image

ที่มา : จากงานเขียนของ อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก
บัวแก้ว ไชยหลวงผา แปลและเรียบเรียง
___________________________________

อ.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ได้เคยเขียนถึงอาเธอร์ ซี. คลาร์ก ใน นสพ.โพสท์ ทูเดย์ ว่า

“ผู้เขียนได้พบและพูดคุยกับ ไอแซก อาซิมอฟ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2520 ในกรุงนิวยอร์ก และได้พบกับ อาเธอร์ ซี. คลาร์ก ที่กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2523

ถึงแม้วันเวลาที่ผู้เขียนได้พบกับอาเธอร์ ซี. คลาร์ก และ ไอแซก อาซิมอฟ จะผ่านไปแล้ว 28 ปี และ 31 ปี ตามลำดับ แต่ผู้เขียนก็ยังจำยักษ์ใหญ่นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ทั้ง 2 คน ได้อย่างชัดเจน เหมือนเมื่อวันวานมานี้เอง

ไอแซก อาซิมอฟ เป็นคนอารมณ์ดี ร่ำรวยอารมณ์ขัน เสียงดังทั้งเสียงพูด และเสียงหัวเราะ ความคิดความอ่านกระฉับกระเฉงกระโดดไปกระโดดมาอย่างมีสีสัน ที่สะท้อนออกมาเป็นภาษาเขียนได้อย่างชัดเจน เพราะ ไอแซก อาซิมอฟ เขียนหนังสือได้เร็วและอ่านสนุกตั้งแต่แรกเริ่ม…

ในขณะที่ อาเธอร์ ซี. คลาร์ก จะเป็นคนมีทีท่าสุขุม ความคิดไม่กระโดดไปกระโดดมาเหมือนไอแซก อาซิมอฟ ซึ่งแม้ช่วงเวลาไม่ยาวนักที่ผู้เขียนได้พบ ได้สนทนาคุยกันทั้งในห้องประชุมใหญ่ ระหว่างพิธีเปิดการประชุมสัมมนาภารกิจหลักการเดินทางไปศรีลังกาของผู้เขียน ในระหว่างการเดินคุยกันจากห้องประชุมถึงบ้านพักของอาเธอร์ ซี. คลาร์ก ซึ่งอยู่ห่างจากห้องประชุมประมาณ 1 ไมล์ และที่บ้านพักของอาเธอร์ ซี. คลาร์ก ก็สัมผัสได้และสะท้อนออกมาในผลงานการเขียนของเขาได้อย่างดี…

กล่าวคือ เมื่อเปรียบเทียบกับ ไอแซก อาซิมอฟ แล้ว อาเธอร์ ซี. คลาร์ก จะมีสมาธิในการคุย และการเขียนอย่างตั้งใจกว่า ไอแซก อาซิมอฟ เขียนหนังสือไม่มากเท่า แต่ทุกสิ่งที่เขียนจะลุ่มลึก งดงาม ประณีต เป็นเสมือนกับภาษากวี ซึ่งก็มีผลทำให้ผู้อ่านผลงานของ อาเธอร์ ซี. คลาร์ก อาจไม่รู้สึกสนุกในทันที และต้องมีความตั้งใจในการอ่านพอสมควร แต่เมื่ออ่านจนจบก็จะได้บางสิ่งบางอย่างติดสมองติดความคิดอย่างแน่นอน

มาวันนี้ วันที่ได้ทราบข่าวแพร่ไปทั่วโลกว่า อาเธอร์ ซี. คลาร์ก จากโลกไปแล้ว ผู้เขียนก็หยิบเอาหนังสือ 2 เล่ม ที่ได้รับจากมือของอาเธอร์ ซี. คลาร์ก พร้อมกับข้อความและลายเซ็นของเขาให้ผู้เขียน คือ Prelude to Space และ Reach for Tomorrow มาพลิกอ่าน แล้วก็นึกถึงดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่ง ชื่อ 4928 Clarke ซึ่งอย่างแน่นอนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ผู้เขียนกลับนึกเห็นดาวเคราะห์น้อยดวงนี้กำลังเคลื่อนที่อย่างโดดเด่นอยู่ในอวกาศ”

ขอบคุณข้อมูลจาก : pantip-mr.terran

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s