“เดจาวู (DEJA VU)” พลังลึกลับหรืออะไรกันแน่ ?

image

เดจาวู (DEJA VU) ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า เคยได้พบเห็นมาแล้วเราทุกคนล้วนเคยมีประสบการณ์ที่ไม่อาจอธิบายได้ นั่นคือ เมื่อได้พบบุคคลแปลกหน้า หรือเห็นภาพสถานที่บางแห่ง ก็หวนรำลึกขึ้นฉับพลันว่า เอ๊ะ…เราได้เคยเห็นเขาผู้นั้นหรือสถานที่นั้นมาก่อนนี่นา แต่จะเป็นเมื่อใด ที่ใด นึกไม่ออก ดูรางเลือนประหนึ่งฝันไป และที่สำคัญสำหรับบางคนก็คือ เมื่อได้เห็นภาพนั้นแล้ว ต่อมาก็ได้เกิดเหตุการณ์จริงๆ ขึ้นประจักษ์ตา ทุกสิ่งในเหตุการณ์ นั้นเหมือนกับที่ได้เห็นล่วงหน้ามาก่อนโดยไม่ผิดเพี้ยน

เดจาวูนั้นจะเกิดขึ้นเพียงเวลาสั้นๆ 5-10 วินาที
ปรากฏการณ์เหล่านี้ไทยเราอาจเรียกว่าลางสังหรณ์ ภาพนิมิต ญาณบอกเหตุ แต่ทั่วโลกรู้จักกันดีในชื่อว่า “เดจาวู (DEJA VU)” ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า เคยได้พบเห็นมาแล้ว

โดยนักจิตวิทยาและแพทย์ผู้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ก็ได้ให้เวลาในการศึกษาทฤษฎีความเป็นไปได้ และได้สอบถามจากผู้ที่เป็นแบบนี้ และก็ได้คำตอบสรุปออกมา 4 ทฤษฏี ดังนี้

1. ทฤษฎีอดีต
สิ่งใดก็ตามที่เคยเกิดมาแล้วในอดีต มันจะย้อนกลับมาเกิดซํ้าอีกในชาตินี้ ซึ่งมันจะรับรู้ได้จากคลื่นสมองของเรา ซึ่งเราสามารถบังคับได้ 10-15% แต่บางสิ่งก็อาจจะลืมเลือนได้ แล้วก็สามารถย้อนกลับมาเกิดอีก ได้เช่นกัน

2. ทฤษฎีพลังจิต
ถือเป็นพลังจิตรูปแบบหนึ่ง บ้างก็ว่าเป็นทิพจักขุญาณ (ความรู้คล้ายตาทิพย์) ซึ่งได้มาจากการเจริญสมถะภาวนาในหมวดของกสิณ 3 กองคือ เตโชกสิณ (กสิณไฟ), โอทากสิณ (กสิณสีขาว) และอาโลกสิณ (กสิณแสงสว่าง)
จากทั้งหมด 10 กอง จนทำให้จิตและสมองเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นญาณได้หรือถ้าในทางวิทยาศาสตร์จะเรียกว่า การสั่งการสมองได้มากขึ้นกว่ามนุษย์ปกตินั่นเอง ดูอย่าง นอสตราดามุส เป็นต้น ซึ่งเขาสามารถสั่งการสมองให้สามารถเห็นเหตุการณ์ในอนาคตได้ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าเหตุการณ์ เดจาวู อย่างหนึ่ง

3. ทฤษฎีจักรวาลคู่ขนาน
ทฤษฎีนี้ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จนนำไปสู่การสร้างทฤษฎีการผันผวนของมิติเวลา ทุกๆเหตุการณ์ที่เรามีทางเลือก 2 ทาง ก็จะเกิดโลกคู่ขนานขึ้น 2 โลก และจาก 2 โลก ถ้าเราเจอเหตุการณ์อื่นที่ต้องตัดสินใจอีก 2 ทาง แต่ละโลก จะเกิดโลกคู่ขนานเพิ่มอีก 2 โลกเช่นกัน ทำให้สามารถมองเห็นเดจาวูได้ ถ้าเราเลือกเดินทางฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
กล่าวคือ การที่เรารู้สึกหรือเห็นภาพที่คล้ายว่าเคยทำมาก่อน นั่นแหละ แสดงว่าคุณอีกโลกหนึ่งเคยทำจริง แต่ถ้าคุณในอีกโลกหนึ่งได้ทำไปก่อนแล้ว แสดงว่า คุณอาจจะยังไม่ได้ทำ ซึ่งคลื่นสมองมันจะส่งถึงกัน ทำให้เกิดเป็นภาพซ้อน

4. ทฤษฏีคิดไปเอง
ตามแนวคิดของหลักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า เกิดจากสมองแปลข้อมูลผิดพลาด พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่ได้เห็นมาแล้วหรอกแต่คิดไปว่าเห็นมาแล้วทางการแพทย์เรียกว่า การไหลของคลื่นกระแสไฟฟ้าในสมองเกิดการผิดปกติ ทำให้การกระทำที่กำลังทำอยู่ ณ ขณะนั้น คลับคล้ายว่าเคยเกิดมาก่อนหน้านี้มาแล้ว แต่ไม่สามารถจำเวลาได้..

สมองคนเราก็เหมือนเครื่องจักรย่อมเกิดข้อผิดพลาด บ้างอธิบายว่า เดจาวู เกิดจากเมื่อสมองรับภาพมาจากประสาทตา ก็นำมาแปลความหมาย สมองมี 2 ซีก ตามี 2 ข้าง ประสาทตาซ้ายเข้าสมองซีกขวา ประสาทตาขวาเข้าสมองซีกซ้ายฉะนั้นสมองทั้งสอง ต้องทำงานประสานกันและกันอย่างมากเมื่อเกิดสมองข้างหนึ่ง เกิดส่งข้อมูลมาช้าไปเพียงนิดเดียว ทำให้สมองแปลความหมายของภาพนั้นว่า เป็นภาพจากความจำไม่ใช้ปัจจุบันทำให้รู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เจอนั้นเคยเห็น มันมาก่อน..

ยังมีทฤษฎีอีกมากมายที่พยายามจะอธิบายถึงเดจาวู แต่สุดท้ายแล้วเราก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าทฤษฏีไหนคือทฤษฏีที่ถูกต้องกันแน่
แล้วคุณล่ะเคยมีประสบการณ์แบบนี้กับตัวเองบ้างหรือเปล่า ? 🔚

ปล.แอดเคยเป็นหลายครั้งและรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ พิลึก มหัศจรรย์ดี 👍😀
เพจมหากาพย์จักรวาล

ขอบคุณข้อมูลจาก :
* http://www.flagfrog.com/dejavu-sci-past-future/
* http://www.dek-d.com/board/view/2093034/
* http://www.neutron.rmutphysics.com/science-news/index.php?option=com_content&task=view&id=21&Itemid=4

มหากาพย์จักรวาล-ไซไฟ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s